หน้ากากที่ถอดไม่ออก

posted on 15 Jun 2013 23:17 by lived in Diary
มันไม่เกินจริงหรอก ถ้าจะบอกว่า...
ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา มีแค่คนเดียวที่มองเห็นตัวจริงของฉัน
อาจเห็นถึง 99% หรืออาจไม่ใช่ แต่ก็เห็นส่วนที่เป็นแกนหลัก
มองเห็น... เหมือนที่ฉันมองเห็นตัวเอง มองเห็นภาพเดียวกัน
 
ถึงได้พูดมาตลอดว่า ถ้าถามว่ามีความสุขไหม ตอบง่ายมาก ว่าไม่
รู้ด้วยว่าไม่มีวันมี รู้ด้วยว่าอาจมีตอนที่สนุก ตอนที่หัวเราะ ตอนที่อร่อย
แต่ทุกครั้งที่มีคำถามว่า มีความสุขไหม คำตอบไม่เคยต่างจากเดิม
ก็แค่ตอบอย่างสงบ หรือตอบอย่างทุกข์ใจ หรือตอบอย่างสติแตก
ก็แค่อารมณ์ที่ฉาบอยู่บนหน้าข้อเท็จจริงมันหมุนเวียนเปลี่ยนไป
มีแต่ท็อปปิงเท่านั้นที่เปลี่ยนไปเรื่อย แต่ข้อเท็จจริงไม่เคยเปลี่ยน
 
อะไรที่ทำให้คนเรียลลิสต์มากขนาดนี้เป็นคนช่างฝัน
เฝ้ามองรอยยิ้มของคนนั้น เฝ้ามองน้ำตาของคนนี้ และหลงใหล
ก็ที่พูดมาตลอดไง เป็นเพราะรู้ดีเสมอว่าตัวเองต้องการอะไร
ในทันทีที่ใครก็ตามมองมา โดยที่คนๆ นั้นไม่ต้องพยายาม...
อยากให้เห็นว่าฉันเป็นคนที่น่ารักในแบบของฉัน เห็นในทันที
หรือแม้แต่จะเกลียด ก็เพราะไม่ชอบคนที่ฉันเป็นในแบบของฉัน
รักหรือเกลียดฉัน โดยเห็นฉัน... ในภาพเดียวกับที่ฉันเห็นตัวเอง
 
หน้ากากนี้มันถอดไม่ออก ทำให้หายใจไม่ถนัด
ไม่ถึงกับหายใจไม่ออกเลย เพราะงั้นไม่ตายหรอก
ก็แค่อึดอัดตลอดไป...
 
ที่เลวร้ายกว่านั้น อีกอย่างที่ทำให้ฉันพูดได้ว่า รู้ดีเสมอว่าต้องการอะไร
คือความต้องการที่จะเห็นตัวเองที่ไม่มีหน้ากากแสนอัปลักษณ์นี้อยู่
ภาพของตัวเองที่แท้จริง มันทั้งชัดและไม่ชัด เหมือนฝันยามใกล้ตื่น
ฉันที่มีความสุขกว่านี้ กล้าหาญกว่านี้ และทำอะไรได้มากมายกว่านี้
ฉันที่หายใจลึกๆ เข้าไปเต็มปอด ผลิยิ้มเต็มแก้ม รู้สึกอิสระ และแข็งแรง 
 
แต่ในตอนนี้ ตลอดเวลา รู้สึกได้ถึงใบหน้าที่ไม่เคยสัมผัสอากาศในโลกความจริง
ใบหน้าที่ห่างไกลจากโลก แต่ยังคงเจ็บ และคัน และร้อน และหนาว
 
การที่มีคนๆ เดียวมองเห็นฉันด้วยภาพลักษณ์ใต้หน้ากากอยู่เสมอ
มองเห็นโดยไม่ได้พยายาม และไม่มีวันจะเห็นเปลี่ยนไป เพราะมันคือความจริง
ทำให้ความตระหนักถึงคุณค่าของตัวฉันเองมันน่าสับสนจนอธิบายไม่ถูก
ตัวตนที่มีอยู่นี้... บางครั้งก็หนักอึ้งอย่างล้ำค่า เย่อหยิ่งกว่านาร์ซิสซัสเสียอีก
แต่บางครั้งก็หนักอึ้งอย่างเกะกะ ได้แต่ภาวนาให้มันหายไปซะจากโลกนี้
 
 
...
 
 
การที่มีคนๆ เดียวมองเห็นฉันด้วยภาพลักษณ์ใต้หน้ากากอยู่เสมอ
มองเห็นโดยไม่ได้พยายาม และไม่มีวันจะเห็นเปลี่ยนไป เพราะมันคือความจริง
ทำให้ความตระหนักถึงคุณค่าของตัวฉันเองมันน่าสับสนจนอธิบายไม่ถูก
ตัวตนที่มีอยู่นี้... บางครั้งก็หนักอึ้งอย่างเกะกะ ได้แต่ภาวนาให้มันหายไปซะจากโลกนี้
แต่บางครั้งก็หนักอึ้งอย่างล้ำค่า เย่อหยิ่งกว่านาร์ซิสซัสเสียอีก
 
 
 
จะจบแบบไหนดีล่ะ เพราะในเชิงภาษา ความหมายที่แฝงในน้ำเสียงมันต่างกัน
แต่ในความเป็นจริง มันก็เหมือนกันและเหมือนเดิม ตลอดไปนั่นแหละ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับคุณ Ann
มีคนที่ไม่คิดว่า ความเศร้าที่แสดงออกมานี้น่ารำคาญ
(แถมแสดงออกตั้งหลายครั้งต่อหลายครั้งแบบนี้น่ะ)
แค่นี้ก็ดีใจแล้ว surprised smile
ไม่ว่าความสุขหรือความเศร้า แค่ได้อ่านงานเขียนของคุณลีเวดก็ทำให้ยิ้มได้เสมอค่ะ
...ทำให้รู้สึกเหมือนว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลก...ขอบคุณความอบอุ่นนั้นน่ะคะbig smile

#1 By Ann (103.7.57.18|118.174.17.93) on 2013-06-18 16:23